อย่าหาทำ ให้หาทาน! รวมสายพันธุ์ และประโยชน์ที่น่ารู้ของชมพู่

อย่าหาทำ ให้หาทาน! รวมสายพันธุ์ และประโยชน์ที่น่ารู้ของชมพู่ 

ผลไม้นั้นนอกจากรูปร่างหน้าตาที่ชวนทาน และความอร่อยที่เป็นผลพลอยได้ให้นำมาประกอบอาหารคาวหวานได้เป็นร้อยพันเมนู ผลโดยตรงก็คือประโยชน์ต่อมนุษย์จากวิตามิน แร่ธาตุ ที่จะเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงให้ร่างกายสามารถทำงานได้ปกติ 

โดยเฉพาะ “ชมพู่” หรือในชื่อสามัญ Rose Apple ที่มาจากรผลคล้ายแอปเปิ้ล กลิ่นเหมือนกุหลาย มีรสหวานที่เป็นที่นิยมทานกันในประเทศแถบเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แถบแหลมมาลายู จากรสที่เปรี้ยวหวาน ฉ่ำน้ำ เนื้อกรอบด้านนอก นุ่มคล้ายฟองน้ำด้านใน โดย ประโยชน์ชมพู่ นั้นมีมากมาย และมีหลายสายพันธุ์ให้เลือกทานดังนี้

 พันธุ์ต่าง ๆ ของชมพู่

choompu 1
  • ชมพู่แก้มแหม่ม

       ผลสีขาวออกชมพู ลักษณะผลคล้ายกับลูกแพร์ เนื้อนุ่มขาวพรุนคล้ายกับฟองน้ำ มีไส้เป็นปุย เม็ดสีน้ำตาล กลิ่นหอม รสฝาดผสมหวานอมเปรี้ยวตามมานิดหน่อย

  • ชมพู่มะเหมี่ยว

       ลักษณะผลคล้ายลูกแพรแบบพันธุ์แก้มแหม่ม สีม่วง หรือออกแดงเข้ม มีเมล็ดขนาดใหญ่ มีรสผสมหวานฝาดอมเปรี้ยว เนื้อสีขาวหวานฉ่ำน้ำ เมื่อผลแก่จะมีรสเปรี้ยวมาก มีวิตามินซีสูง ถือเป็น ประโยชน์ชมพู่มะเหมี่ยว

  • ชมพู่สาแหรก

          ขนาดผลเล็กกว่าชมพู่มะเหมี่ยว มีลักษณะเล็กป้อมกว่า มีกลีบเลี้ยงติดที่ชั้วของผล เนื้อออกสีขาวขุ่น ฉ่ำน้ำ

  • ชมพู่พลาสติก หรือชมพู่แก้ว

        มีผลรูปทรงระฆังคว่ำขนาดเล็ก สีเป็นสีขาวใส และมีสีแดง เขียว ชมพู ขึ้นแทรก เนื้อน้อย มีรสฝาดจืด ไปจนถึงรสหวน นิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับมากกว่า เพราะผลเล็ก สีสวย ดูน่ารัก

  • ชมพู่น้ำดอกไม้

เป็นชมพู่พันธุ์เดิมของไทย พบได้ทั่วทุกภูมิภาค ลักษณะผลป้อมจนเกือบกลม ที่ก้นผลมีกลีบ มองดูคล้ายดอกไม้ ผลดิบจะมีสีเขียวเข้ม แล้วสีอ่อนลงเมื่อผลแก่  ผลมีกลิ่นหอมเหมือนน้ำดอกไม้เป็นที่มาของชื่อพันธุ์

  • ชมพู่เพชรสุวรรณ

เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี จุดเด่นคือมีผลป้อมกลม สีเขียวอมแดง ความหวานกรอบ และหาทานยาก

  • ชมพู่เพชรสายรุ้ง หรือชมพู่เพชร 

เป็นชมพูที่มีราคาแพงสุดในบรรดาชมพู่ อาจแพงได้มากสุดถึงกิโลกรัมละ 500 บาท เมื่อถึงผู้บริโภค เป็นลูกผสมระหว่างชมพู่กะหลาป๋าของอินโดนีเซีย กับชมพู่แดงของไทย มีรสหวาน กรอบ รูปทรงคล้ายระฆังคว่ำ ตรงกลางผลป่องเล็กน้อย ผิวเปลือกสีเขียว มีริ้วสีแดงขึ้นที่ผิวยามผลแก่จัด เนื้อกรอบ ความแพงมากจากรสหวานที่มากกว่าชมพู่ทุกสายพันธุ์

  • ชมพู่ทับทิมจันทร์

        มีผลโตยาวรี คอดตรงกลางผล ผิวสีแดงเรียบทั้งผล เนื้อกรอบ รสหวาน กลิ่นหอม ไม่มีเมล็ด มีริ้วเอ็นขึ้นตามผลชัดเจน ประโยชน์ชมพู่ทับทิมจันทร์ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง เป็นที่ต้องการของตลาด

  • ชมพู่ทูลเกล้า

เป็นชมพู่ที่กลายพันธุ์มาจากสายพันธ์อินโดฯ มีสีเขียวอ่อน ลักษณะผลยาวรี สูง ขั้วผลแคบกลมมน ก้นผลกว้าง พองออกเล็กน้อย เนื้อในสีขาวอมเขียว เนื้อหนา กรอบ ฉ่ำน้ำ แต่ไม่หวานมาก มีกลิ่นหอม ไม่มีเมล็ด ปลูกง่ายได้ทั้งประเทศ

  • ชมพู่เพชรน้ำผึ้ง

       เป็นพันธุ์ที่ออกลูกดก ผลยาวรี ก้นผลกว้าง พองออกเล็กน้อย เปลือกหนา สีแดงเข้ม เนื้อสีขาว กรอบ รสหวานอมฝาด มีความฉ่ำของเนื้อ

ทำไมถึงควรทานชมพู่

  • รสหวาน หอม อร่อย หาทานง่าย

สามารถทานสด หรือนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด อาหารประเภทสลัด ยำ ล้วนแล้วแต่มีชมพูเป็นวัตถุดิบหลักทั้งสิ้น

  • เหมาะกับผู้คุมน้ำหนัก ลดความอ้วน

เป็นผลไม้ที่มีรสหวานก็จริง แต่น้ำตาลไม่มากเมื่อเทียบกับปริมาณ และให้พลังงานน้อยเพียง 42 กิโลแคลอรี่ ต่อปริมาณ 100 กรัม มีกากใยช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ ทานแล้วอยู่ท้อง แต่ไม่รู้สึกหนักท้อง

  • มีสารอาหาร และวิตามินเยอะ

นอกจากแคลเซียมสูงวิตามินซี บีหลายตัว ยังมีไลโคปีน และ แอนโทไซยานิน ที่เป็นสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ในชมพู่จะลดการดูดซึมไขมัน ช่วยลดระดับคอเลสตอรอลได้

  • ส่วนต่าง ๆ ของต้นชมพู่นำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น

นอกจากผลที่เรานำมารับประทานกันอย่างอร่อยแล้ว ส่วนใบสามารถต้มเป็นยาแก้ได้หลายอาการ ส่วนเมล็ดใช้แก้ท้องร่วง ป้องกันหวัด ส่วนรากมีสรรพคุณแก้ลมชัก ส่วนเปลือกลำต้นมีสารแทนนิน ใช้เป็นยาระบาย แก้อาเจียนวิงเวียน มีฤทธิ์สมานแผล ส่วนเกสรนำมาใช้ลดไข้ได้

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

The Recommender
Logo
Enable registration in settings - general