6 วิธีวางแผนทางการเงิน สำหรับเริ่มต้นธุรกิจ

เจ้าของธุรกิจ หรือการมีกิจการเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะขนนาดเล็ก หรือใหญ่ เป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะพนักงานประจำกินเงินเดือนที่ไม่ได้หวังจะเติบโตในอาชีพสายบริษัท พูดง่าย ๆ ว่าไม่ได้กะทำงานประจำไปยันเกษียณ เป็นที่มาของ วัตถุประสงค์ของการวางแผนทางการเงินสำหรับธุรกิจ เพื่อให้มีเงินทุนมาใช้สำหรับหมุนเวียน มีแผนทางการเงินที่เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นไปอย่างถูกทิศทาง

โดย วัตถุประสงค์ของการวางแผนทางการเงินสำหรับธุรกิจ ถ้าบริหารถูกทางจะทำให้เกิดสภาพคล่องที่ดี ช่วยให้การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งการบริหารความเชื่อกับสถาบันการเงินเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะแต่ละธุรกิจมีสายป่าน มีต้นทุนที่ไม่เท่ากัน การได้สินเชื่อมาเป็นเงินตั้งต้นบริหารจะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า ทั้งหมดที่ว่ามา จะมีการวางแผน หรือกลวิธีอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันครับ

1. อ่านเกมพิจารณาความเสี่ยงในสนามธุรกิจ

วางแผนธุรกิจ

ก่อนจะกระโดดเข้ามานั่งเก้าอี้บริหาร เป็นผู้ประกอบการมือใหม่ จะต้องใส่ใจรู้ถึงความเสี่ยงในแง่มุมต่าง ๆ ในโมเดลของธุรกิจที่เราย่างกรายเข้ามา อย่างแรกคือความคล่องตัว ความบูมของธุรกิจในเวลานั้น ๆ รวมถึงสถานการณ์ที่จะเกิดตามมาทั้งที่วิเคราะห์คาดเดาได้ และในแบบที่คาดไม่ถึง ดังนั้นอันดับแรกควรจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในนแบบที่ค่อนข้างลึกซึ้ง และวิเคราะห์สถานการณ์เก่ง อ่านเกมแม่น

2. ทราบกระแสเงินสดของธุรกิจ

กระแสเงินสด

ในแต่ละธุรกิจนั้นจะมีเงินหมุนเวียน เข้าออกอยู่เสมอทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน คือรายได้จากทุกทาง หักจากค่าใช้จ่าย กลายเป็นกำไร โดยเจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ละเลยค่าใช้จ่ายแฝงหลายรายการ เช่น การนำเงินได้เผลอไปใช้จ่ายส่วนตัว ไหนจะต้นทุนการซื้อของมาขาย หรือต้นทุนการซ่อมแซมตัวสินค้าที่ใช้บริการลูกค้า แม้จะเล็กน้อย แต่รวม ๆ กันแล้วก็เป็นเงินก้อน

เช่นนั้นแล้ว วัตถุประสงค์ของการวางแผนทางการเงินสำหรับธุรกิจ สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับต้น ๆ เลยคือการรู้รายรับ รายจ่าย ที่เป็นกระแสเงินสด เข้าออกในแต่ละวันให้ครบถ้วนทุกรายการ เพื่อที่จะสามารถวางแผนทางการเงิน วางแผนงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

3. มองหาแหล่งเงินทุนเมื่อมีโอกาส เตรียมทุนสำรองให้พร้อมเสมอ

หาแหล่งเงินทุน

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น คือการมีเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบ ทั้งเงินทุนสำรองที่เอาไว้ใช้ยามประสบกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น อุบัติภัย การโจรกรรม หากไม่มีเงินสำรองไว้ กระแสเงินสดติดลบเท่ากับจบทันที ให้ดีในช่วงที่ทำมาค้าขึ้น ขายคล่อง ลองมองหาสินเชื่อ, แหล่งเงินทุน หรือสปอนเซอร์เข้ามาเป็น back up ต่อสายป่านให้ยาว หรือเป็นเงินลงทุนไปในโครงการเพิ่มเติมต่อยอดให้องค์กรได้ก็ยิ่งดี

4. เงินส่วนตัวอย่ามั่วกับเงินบริษัท

ช้อปปิ้งเพลิน แต่ว่าเงินใครล่ะ

อย่างที่กล่าวไว้ในข้อของกระแสเงินสด ผู้ประกอบจำนวนมากไม่แยกเงินรายได้ของบริษัท นำมาใช้จ่ายปนเป็นเงินส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถทราบตัวเลขกำไร ขาดทุนที่แท้จริงของบริษัท นี่ยังไม่รวมเรื่องปัญหาภาษีเงินได้ที่จะแยกกันเป็นนิติบุคคลในนามบริษัท กับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องแยกกันจ่ายอีก หากไม่แยกกันชัดเจนก็ทำให้ตัวเลขงบประมาณไม่ตรงกันอย่างแน่นอน

5. จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วนถูกต้อง

เก็บข้อมูลบริษัท

เมื่อแยกกันอย่างถูกต้องแล้ว ก็ต้องมีการจัดเก็บอย่างดีทั้งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลที่เป็น Paper เพื่อให้มั่นใจได้เวลาถูกตรวจสอบเรื่องภาษี ที่มา ที่ไปของเงิน

6.บริหารเรื่องสินทรัพย์ เจ้าหนี้ ลูกหนี้

เจ้าหนี้ลูกหนี้

ในธุรกิจ ๆ หนึ่งย่อมจะมีผู้จ่ายเงิน ที่เราเรียกว่าลูกหนี้ กับผู้รับเงิน ที่เราเรียกว่าเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะจ่ายสด หรือระบบวางบิล ให้เครดิต ทั้งเจ้าของธุรกิจ และลูกหนี้ควรทำตามสัญญาปาก สัญญากระดาษกันอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้น สร้างชื่ออยู่ยาว ๆ ในวงการได้ แน่นอนว่าไม่ใครอยากทำการค้ากับคนไม่มีสัจจะ อย่าเป็นผู้ซื้อที่ชอบเบี้ยวหนี้ อย่าเป็นเจ้าของที่เขี้ยว โกงสเปค ให้บริการสินค้าไม่มีคุณภาพ

ส่วนในแง่ของการบริหารสินทรัพย์ อะไรที่เป็น Dead Wood หรือของไม่ใช้แล้ว สินค้าเก่าค้าง Stock ก็ควรระบายออกเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินทุน ดีกว่าปล่อยให้เสียหาย กลายเป็นจมทุน ขาดทุน ไม่ได้อะไรกับมาเลย จากหกข้อที่ว่ามา วัตถุประสงค์ของการวางแผนทางการเงินสำหรับธุรกิจ ก็เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพทั้งหลาย ไม่ล้มหายตายจากกันไปง่าย ๆ จากการขาดสภาพคล่องนั่นเองครับ

บทความเพิ่มเติม  5 ขั้นตอนการวางแผนทางการเงินนำชีวิตบินเหินสู่ความสำเร็จ

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

The Recommender
Logo